• 13 June 2024 20:46

THE FLOWS Thailand

นำเสนอข่าวสาร ทุกสารพันข่าว ข่าวการเมืองเข้ม

นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) เปิดเผยหลังจากเป็นประธานเปิดกิจกรรมดาวปลูกกล้า รักป่าชายเลนปีที่ 15 ภายใต้โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต และโครงการดาวและภาคีป่าชาย เลนประเทศไทย (Dow & Thailand Mangrove Alliance) ว่า วิกฤตการณ์โลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศ ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และพายุ บ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งโลก และมนุษย์ต้องเผชิญกับผลกระทบต่างๆ ที่ตามมาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ประเด็นสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน ทั้งในระดับนานาชาติ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เห็นได้จากอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พิธีสารเกียวโต และคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ซึ่งเป็นความร่วมมือของเหล่านานาชาติในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ความพยายามในการจัดการปัญหา รวมถึงการปรับตัวเพื่อลดผลกระทบ ประเทศไทยจึงให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมากและได้ประกาศเป้าหมายสำคัญคือประเทศไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน ในปีค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปีค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์โลกร้อน รวมถึงการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการเติบโตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ จึงมอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ดำเนินการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา

โดยการขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตใน 2 ลักษณะ ได้แก่ คาร์บอนเครดิตสำหรับบุคลากรภายนอก และคาร์บอนเครดิตสำหรับชุมชน ซึ่งกรม ทช. ตั้งเป้าการฟื้นฟูป่าชายเลน 300,000 ไร่ภายใน 10 ปี เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและขับเคลื่อนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกสุทธิภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน จำนวนทั้งสิ้น 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า ภายในปีพ.ศ. 2580 โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่ การปลูกและฟื้นฟูป่าธรรมชาติการปลูกป่าเศรษฐกิจ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการป้องกันการบุกรุกป่าและเผาป่า


นายอภิชัย รรท.อทช. กล่าวถึงกรณีศึกษาพื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลนของประเทศไทยพบว่า ศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนของป่าชายเลนเท่ากับมีค่าเฉลี่ยถึง 9.40 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ต่อปี โดยตัวเลขนี้ถูกใช้ไปในการคำนวณในโครงการ T-VER ของกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิต ซึ่งโครงการนี้มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน สร้างการจ้างงานในท้องถิ่น สร้างรายได้ให้ชุมชนและประชาชนในพื้นที่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงร่วมมือกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย

ในฐานะพันธมิตรหลักของโครงการดาวและภาคีป่าชายเลนประเทศไทย โดยกลุ่มบริษัท ดาว เป็นภาคเอกชนกลุ่มแรกๆ ที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในการส่งเสริมการอนุรักษ์ จัดการและฟื้นฟูป่าชายเลนร่วมกับกรม ทช. โดยมีพื้นที่จังหวัดระยองเป็นจังหวัดนำร่องและให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเทศบาลตำบลปากน้ำประแสในการส่งเสริมให้ประแสเป็นเมืองท่องเที่ยว Blue Carbon

นอกจากนี้ กรม ทช.ร่วมกับกลุ่มบริษัทดาว พัฒนาระบบติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชายเลนจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับเจ้าหน้าที่และประชาชนในการติดตาม เฝ้าระวัง และป้องกันการบุกรุกป่าชายเลนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) การใช้ระบบดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนได้ดียิ่งขึ้น จากความร่วมมือที่ผ่านมา ทำให้วันนี้ (29 มิถุนายน 2566) กรม ทช. เดินหน้าสานต่อโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต

ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่มบริษัท ดาว และจังหวัดระยอง ดำเนินการจัดกิจกรรมดาวปลูกกล้า รักป่าชายเลนปีที่ 15 ภายใต้โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต และโครงการดาวและภาคีป่าชายเลนประเทศไทย (Dow & Thailand Mangrove Alliance) ขึ้น เพื่อผลักดันกลไกคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนในประเทศไทย สร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในรูปแบบ Blue carbon destination สร้างงานสร้างอาชีพและรายได้ให้กับกลุ่มชุมชนในพื้นที่

อีกทั้งส่งเสริมการบริหารการจัดการขยะและพลาสติกตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีนายไตรรัตน์ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และนายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา ตลอดจนผู้บริหารจากกรม ทช. กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 500 คน ณ ศาลาอเนกประสงค์ เรือรบหลวงประแส อ.แกลง จ.ระยอง

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิต ในพื้นที่ ต.เนินฆ้อ อ.แกลง กิจกรรมทำความสะอาดชายหาดและป่าชายเลน บริเวณชายหาดและป่าชายเลนประแส และกิจกรรมปรับปรุงจุดไม้ปักที่นกอพยพมาเกาะ บริเวณป่าชายเลนประแส เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ป่าชายเลนให้คุณค่าหลายด้าน ในช่วงเวลาที่ไทยและประชาคมโลกเผชิญความท้าทายกับปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นขยะทะเล การบุกรุกป่า น้ำเสีย โลกร้อน คงไม่มีใครอยากจะได้ยินข่าววาฬ พะยูน และเต่าทะเล ต้องสูญหายไปจากผลกระทบจากโลกร้อนและขยะทะเล

ดังนั้น ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในส่วนประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการขับเคลื่อนให้เกิดการอนุรักษ์และพื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนของไทยเช่นกัน ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วนอย่างแท้จริง สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ กลุ่ม บริษัท ดาว ประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต รวมถึงมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกๆ ด้านมาด้วยดีตลอด

ซึ่งในอนาคตกรม ทช. จะยังคงมุ่งมั่นและพร้อมเดินหน้าขยายการสนับสนุนโครงการต่างๆ เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ พร้อมผลักดันโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ให้ประสบความสำเร็จทุกพื้นที่ สร้างเครือข่ายทุกจังหวัด เพื่อนำพาประเทศชาติก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อไป “นายอภิชัย รรท.อทช. กล่าวด้วยความยินดี”

ด้าน นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหารกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า Dow มีการปลูกป่าชายเลนทุกๆ ปีอย่างต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ในประเทศไทยเราภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยพลิกฟื้นผืนป่าเสื่อมโทรมและนากุ้งเก่าในเขตจังหวัดระยองให้กลายเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เคล็ดลับสำคัญที่เราเชื่อมั่นคือ ความต่อเนื่องและการสร้างเครือข่ายในการฟื้นฟูดูแลป่าชายเลนให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างสมดุล ซึ่งเราต้องขอขอบคุณ กรม ทช. ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการ Dow & Thailand Mangrove Alliance

ในการร่วมกันผลักดันกลไกการปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการอนุรักษ์ป่าชายเลนของไทยให้ไปสู่ระดับสากลและเกิดการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและชุมชนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ โดยในวันนี้ เราได้มาร่วมกันปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิตเป็นครั้งแรกของ Dow ในประเทศไทย โดยคาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการฯ จะมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย หรือ Thailand Voluntary Emission Reduction Program (T-VER) ซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่การปลูกป่าเพียงวันเดียว แต่จะยังมีการดูแลต่อเนื่องถึง 10 ปี เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านคาร์บอนเครดิตและด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง


นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ระยองเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความสมบูรณ์ของผืนป่าชายเลนเป็นอย่างยิ่ง เรามีป่าชายเลนอยู่บนพื้นที่ตามแนวชายฝั่งกว่า 30,000 ไร่ และได้เตรียมพื้นที่ในการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตร่วม 2,000 ไร่ กลไกคาร์บอนเครดิตมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนให้เข้ามาดูแลรักษาและฟื้นฟูทรัพยากร และทำให้เกิดการสร้างงานในท้องที่ ซึ่งระยองเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย

เป็นฐานการผลิตทั้งอุตสาหกรรม มีอัตลักษณ์วัฒนธรรมและยังเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและแหล่งดูดซับคาร์บอน รวมถึงพื้นที่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ มีประโยชน์ไม่เฉพาะแต่ชาวระยองเพียงเท่านั้นแต่ยังมีประโยชน์ต่อโลกด้วย ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีความสนใจร่วมกันดูแลทรัพยากรสัตว์น้ำและป่าชายเลนให้คงอยู่ถึงรุ่นลูกหลานสืบไป

สำนักข่าว The Flows ThaiLand

Loading

Facebook Comments Box

Related Post

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองลพบุรี จับลิงล็อตใหญ่วันแรก เพื่อนำไปไว้ในกรงที่สถานอนุบาลลิงโพธิ์เก้าต้น
“เขาคิชฌกูฏ” สู่เทศกาลกราบนมัสการ “รอยพระพุทธบาท ประจำปี 2567″จัดยิ่งใหญ่พร้อมการอำนวยความสะดวกของกรมอุทยานแห่งชาติฯ
ไม่รอด นทท.จับสัตว์น้ำในเขตอุทยานฯโพสต์ลงโซเชียล อุทยานฯพีพีรวบรวมหลักฐานส่งดำเนินคดี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Social Share Buttons and Icons powered by Ultimatelysocial