• 13 April 2024 11:20

THE FLOWS Thailand

นำเสนอข่าวสาร ทุกสารพันข่าว ข่าวการเมืองเข้ม

คำนูณ แนะ 3 ข้อปฏิรูปตำรวจ ย้ำยังไม่สาย ถ้าจริงใจทำได้ทันที

Bytheowneroftheflows

Sep 3, 2021

3 ก.ย. 2564 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิ (ส.ว.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า  ปฏิรูปตำรวจสายมากแล้ว แต่ยังไม่สายเกินไป ! ถ้าจริงใจ-ทำได้ทันที 3 ประการ

ผมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะฝ่าวิกฤติ ‘การเมืองเก่า’ ภายใน พปชร. ครั้งนี้ไปได้ โค่นเกมโหวตคว่ำ 4 กันยายนนี้ได้แน่นอน

แต่ – แล้วยังไง ? ก็แค่ซื้อเวลาไปได้ระยะหนึ่งหรือเปล่า ?

เวลาที่เหลืออยู่ ก่อนเลือกตั้งทั่วไปใหม่ ไม่ว่าจะเพราะเหตุครบวาระ หรือยุบสภา มีไม่มากก็จริง แต่ก็ไม่น้อย สามารถสร้างผลงานใหญ่ให้ระบือลือลั่นได้ ทำให้เวลาที่เหลืออยู่ ทรงคุณค่าต่อชาติต่อประชาชน และต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เรียกว่า การปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นภารกิจที่ท่านอาสาเข้ามาสานต่อให้ลุล่วงโดยการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อหลังเลือกตั้งต้นปี 2562

ยกตัวอย่างง่ายๆ แค่เรื่องปฏิรูปตำรวจ ที่รัฐธรรมนูญ 2560 ให้ความสำคัญไว้สูงสุดเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจนและเป็นธรรม

สังคมคาดหวังเรื่องการปฏิรูปตำรวจมานานมากแล้ว ทุกครั้งที่มีปัญหาฉาวโฉ่ในวงการตำรวจ จะมีเสียงทวงถามตามมาทุกครั้ง จนกลายเป็นความเชื่อในหมู่ประชาชนทั่วไปว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจนั้นเต็มไปด้วยด้านลบของระบบอุปถัมภ์

แม้สายมากแล้ว แต่ยังไม่สายเกินไป

รัฐบาลทำได้ทันทีตามนี้

หนึ่ง – ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ตามหลักอาวุโสฉบับใหม่ แทนที่ฉบับเดิมที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 31 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้ตรงตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 260 วรรคสาม ประกอบมาตรา 258 ง (4) กล่าวคือเพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ก่อนที่พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่จะแล้วเสร็จ ใช้หลักอาวุโสอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ระบบแบ่งกอง ใช้อาวุโส 33 % ของตำแหน่งที่ว่างตามที่ประกาศมา

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 260 วรรคสามนี้ ควรจะเป็นหลักเกณฑ์ว่าด้วยอาวุโสเท่านั้น ไม่ใช่หลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้งโยกย้าย ดังที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ทำเสียให้ถูกต้องตรงตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนหลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่กำหนดให้ใช้หลักอาวุโส กับความสามารถประกอบกันตามมาตรา 258 ง (4) นั้น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ ที่กำลังต่อสู้ทางความคิดกันอยู่ในชั้นกรรมาธิการของรัฐสภาที่จะต้องแล้วเสร็จโดยเร็ว

รัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสาม เป็นนวัตกรรมที่ผมเคยเรียกว่า ‘บทเร่งรัดกึ่งลงโทษ’ เพื่อมุ่ง ‘เร่งรัด’ ให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ ที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการโยกย้ายแต่งตั้ง โดยให้ใช้อาวุโสกับความสามารถประกอบกัน แล้วเสร็จโดยเร็วภายใน 1 ปีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ถ้าไม่เสร็จก็จะถูก ‘ลงโทษ’ โดยให้การแต่งตั้งโยกย้ายใช้หลักอาวุโสอย่างเดียว อันจะเป็นข้อจำกัดในการบริหารจัดการ จึงต้องเร่งรัดคลอดหลักเกณฑ์ใหม่ให้ได้โดยเร็วที่สุด ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 31 กรกฎาคม 2561 จึงเป็นการทำลายรัฐธรรมนูญมาตรานี้โดยตรง ส่งผลให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่จะล่าช้าอย่างไรก็ได้หรือไม่แล้วเสร็จเลยก็ได้ เพราะมีหลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้ง โดยย้ายข้าราชการตำรวจระบุไว้หมดแล้วในประกาศ แถมยังเป็นหลักเกณฑ์เดิมที่ใช้กันอยู่

สอง – คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 20/2561 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่เป็นการรับรองความถูกต้องสมบูรณ์ของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส 31 กรกฎาคม 2561

คำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับนี้ไม่น่ารักมาก ถึงมากที่สุด

เพราะมีผลเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสอง ที่กำหนดให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่กำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายใหม่ต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีอันต้องไร้ผล และยังเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีพิเศษที่ไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ยังผลให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในระบบแบ่งกอง ใช้อาวุโส 33 % ของตำแหน่งที่ว่าง ที่ใช้กันมาแต่เดิมได้ใช้ต่อไปเรื่อยๆ ไร้กำหนดสิ้นสุดที่ชัดเจน กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่จะเสร็จเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องเร่งรัด พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ ที่ทำต่อเนื่องกันมา 4 ปี จะเสร็จหรือไม่ก็ไร้ปัญหา เพราะบทเร่งรัดกึ่งลงโทษตามรัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสาม ไม่เหลืออีกแล้วในทางปฏิบัติ และยังเป็นการตัดสิทธิผู้เห็นต่าง ให้ไม่สามารถร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยด้วย ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ เป็นการใช้อำนาจพิเศษของคณะรัฐประหาร หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งแม้รัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ทำได้ แต่ก็มีข้อพิจารณาในเชิงรัฐศาสตร์มากทีเดียว

ผมไม่ได้ขอสุดโต่ง ถึงขนาดยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 20/2561 ไปเลย เพราะคณะรัฐมนตรีรวมทั้งผู้ปฏิบัติจะหลุดจากความคุ้มครองทั้งหมด ขอเพียงให้แก้ไขเพิ่มเติม ให้คุ้มครองคณะรัฐมนตรีและผู้ปฏิบัติเฉพาะเท่าที่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ตามหลักอาวุโส 31 กรกฎาคม 2561 ยังมีผลบังคับใช้อยู่เท่านั้น

สาม – คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคสช./คำสั่งคสช. 5 ฉบับที่เกี่ยวกับตำรวจ กล่าวคือ

ประกาศคสช.ที่ 88/2557

ประกาศคสช.ที่ 111/2557

ประกาศคสช.ที่ 115/2557

คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 7/2559

คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 21/2559

อำนาจพิเศษของคณะรัฐประหารที่ใช้ไปก่อน มีรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้ง 5 ครั้งนี้ 4 ครั้งเป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 อีก 1 ครั้งเป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทุกครั้งมีเนื้อหาที่กล่าวโดยภาพรวมได้ว่า สวนทางกับทิศทางการปฏิรูป เพราะเป็นการลดการตรวจสอบถ่วงดุล ลดการมีส่วนร่วมของประชาชน ขยายอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ผมจะไม่เสนอละเอียดลงไปว่า ควรยกเลิกหรือแก้ไขอย่างไร และจะไม่กล่าวว่าเป็นความไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะบางประการอาจจะมีความจำเป็นเฉพาะช่วงเวลา เพื่อความมั่นคงหลังรัฐประหาร แต่ไม่ใช่คงไว้ตลอดไปเฉพาะบางเรื่องไม่อาจรอพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติให้แล้วเสร็จได้ เพราะถึงรอก็ไร้ผล เนื่องจากอยู่ในกฎหมายคนละฉบับ นั่นคือการทำให้อำนาจถ่วงดุล การสั่งคดีในต่างจังหวัดทั่วประเทศไร้ผล ในประกาศคสช.ที่ 115/2557 ที่สมควรแก้ไข

3 ประการนี้ทำได้ทันที – ถ้าจะทำ !

ข้อ 1 นั้นทำได้แน่นอนเพราะเป็นการใช้อำนาจบริหารของคณะรัฐมนตรีตามปกติ และยังมีรัฐธรรมนูญมาตรา 260 รองรับ     ส่วนข้อ 2, 3 ก็พิจารณาได้ว่าเข้าเงื่อนไขของการตราพระราชกำหนดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 เพราะเป็นทั้งความปลอดภัยของประเทศ และความปลอดภัยสาธารณะที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน และหากดำเนินการในช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภาก็จะยิ่งเข้าเงื่อนไขเต็มที่มากขึ้น

นี่คือตัวอย่างของการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยใช้ ‘การเมืองใหม่’ ที่จะทำให้การคงอยู่ของท่านนายกรัฐมนตรีต่อไปมีคุณค่าและเต็มไปด้วยความหมาย

ถ้าทำได้ชัดเจนพอ จับต้องได้ ศรัทธาของประชาชนที่อาจจะได้เพิ่มขึ้นมาจากปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กเป็นหลังพิงให้นายกรัฐมนตรียืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพา ‘การเมืองเก่า’ มากเกินไป

จึงเสนอมาเพื่อพิจารณา

คำนูณ สิทธิสมาน

สมาชิกวุฒิสภา

3 กันยายน 2564

#การเมือง

#การเมืองก๋ากั่น

#TheFlowsข่าวสารการเมือง

Loading

Facebook Comments Box

Related Post

‘ชนะศักดิ์’ อัดเด็กหน่อยไร้มารยาท ย้อนกลัว ‘แรมโบ้’ เป็นส.ส.ขวางแก้กม.ทำลายสถาบันหรือ
‘สามารถ’ ประกาศขอเดิมพัน หาก’เพื่อไทย’ยกเก้าอี้ประธานสภาให้’ก้าวไกล’ ตนจะยอมโกนหัว!
‘น้องแรมโบ้’ ฟาดกลับ ‘ตรีชฎา’ กวาดบ้านตัวเอง ก่อนจุ้นบ้านนายกฯบิ๊กตู่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Social Share Buttons and Icons powered by Ultimatelysocial